พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม

พระสมเด็จวัดระฆัง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โตพรหมรังสี)

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม

พระสมเด็จวัดระฆัง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โตพรหมรังสี) ท่านเป็นพระที่ไม่ยึดติดในยศศักดิ์ และไม่มีภาระในการปกครองวัด ท่านจึงมีเวลาและมีอิสระในการออกธุดงค์เป็นเวลายาวนาน เป็นที่ยอมรับว่าท่านเป็นผู้ทรงคุณในทางวิปัสสนาธุระ เล่ากันว่าท่านเป็นศิษย์ของขรัวตาแสง วัดมณีชลขันธ์ จังหวัดลพบุรี ซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงรับสั่งว่าเป็นผู้มีวิชา “เดินตั้งแต่เมืองลพบุรีลงมาฉันเพลที่กรุงเทพฯได้” แต่ไม่มีหลักฐานแน่ชัดในเรื่องนี้ ส่วนสาเหตุของการสร้างพระสมเด็จฯ นั้นมี 2 กระแส คือ 

Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!

     กระแสแรกว่ามีพระภิกษุในเมืองเขมรที่มีความนับถือในตัวท่าน อาราธนาขอให้สร้างพระพิมพ์เพื่อเป็นที่ระลึก เมื่อท่านกลับมาจึงสร้างพระสมเด็จฯ ตามที่ถูกร้องขอในเรื่องนี้ น่าสงสัย คือ ในประเทศเขมร หรือ กัมพูชานั้น ไม่มีคติในการสร้างพระพิมพ์เลย เหตุใดพระภิกษุเขมรที่ว่าจึงมีแนวคิดขอให้ท่านสร้างพระเครื่องได้

     อีกกระแสหนึ่ง สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) ได้ธุดงค์ไปจังหวัดกำแพงเพชรใน พ.ศ.2391 ได้พบแผ่นศิลาให้รายละเอียดเกี่ยวกับการสร้างพระเจดีย์บรรจุพระพิมพ์ (พระซุ้มกอพระเม็ดขนุนฯลฯ) เมื่อกลับมากรุงเทพฯ (หลังจากนั้นได้กว่า 10 ปี ท่านจึงสร้างพระสมเด็จฯ ขึ้นมาแจกชาวบ้าน ในเรื่องนี้น่ารับฟังกว่า เพราะมีบันทึกหลักฐานดังที่ว่า อนึ่งตามคำบอกเล่าของเจ้าคุณธรรมถาวร (ช่วง) ลูกศิษย์ของสมเด็จฯ ทราบว่าท่านเริ่มพระพิมพ์ในราวพ.ศ.2409 เมื่อท่านมีอายุ 78 ปี สร้างอยู่ในราว 6 ปี จึงมรณภาพใน พ.ศ.2415

แม่พิมพ์พระสมเด็จ

พิมพ์มาตรฐานที่วงการพระยอมรับมีอยู่เพียง 5 พิมพ์ คือ

  1. พิมพ์ใหญ่ สันนิษฐานว่านำรูปแบบมาจากพระประธานสมัยสุโขทัย
  2. พิมพ์เจดีย์ มีลักษณะพุทธศิลปสกุลช่างเชียงแสน
  3. พิมพ์เกศบัวตูม พุทธลักษณะคล้ายพระเชียงแสนสิงห์ มีลักษณะคล้ายกับพิมพ์เจดีย์
  4. พิมพ์ฐานแซม มีพุทธศิลปแบบพระบูชาสมัยอู่ทอง
  5. พิมพ์ปรกโพธิ์ มีสองแบบคือแบบพิมพ์ฐานแซมกับพิมพ์เกศบัวตูม

     พระสมเด็จวัดระฆัง เป็นพิมพ์พระพุทธประทับนั่งขัดสมาธิ มีฐานสามชั้นไม่ปรากฏรายละเอียดของพระพักตร์ นับว่าเป็นศิลป์สมัยใหม่ คือเป็นเพียงลายเส้นพระพิมพ์ ก่อนหน้านั้นจะให้รายละเอียด มีพระเนตรพระนาสิก ฯลฯ ถือได้ว่าพระพิมพ์สมเด็จฯ มีพุทธศิลปแบบสมัยใหม่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง อีกทั้ง ทำด้วยผงวิเศษ ซึ่งนับว่าเป็นของใหม่ (ก่อนหน้านั้นจะทำด้วยดินหรือชิน)

เนื้อพระ

     มวลสารของพระสมเด็จฯ ส่วนใหญ่เป็นปูนขาว ผสมผงพระพุทธคุณ คือ ผงมหาราชอิทธิเจ ปถมังตรีนิสิงเห ฯลฯ โดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ เป็นผู้ทำผงกรรมวิธีแบบโบราณ คือ เขียนบนกระดานชนวน เขียนแล้วลบรวบรวมผงนำมาสร้างพระ นอกจากนี้ ยังมีอิทธิวัตถุอื่น เช่น ใบลานเผา ว่าน อิฐหัก ดอกไม้บูชาพระ ฯลฯ ทั้งหมดนำมาโขลกผสมประสานด้วยน้ำมันตังอิ้ว ทำให้เนื้อพระไม่เปราะหรือแตกหักง่าย

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก Google.